รัฐสภาออสเตรเลียผ่านกฎหมาย “เก็บค่าคอนเทนต์”

ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกของโลก ที่บัญญัติกฎหมายให้เฟซบุ๊กและกูเกิล “ต้องแบ่งปันผลประโยชน์” ด้านเนื้อหาข่าว ซึ่งจัดทำโดยสื่อมวลชนภายในประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่าวุฒิสภาของออสเตรเลียผ่านกฎหมายว่าด้วย “การต่อรองกับสื่อ” เพื่อการปฏิรูป และแก้ไขปัญหา “ความไม่สมดุลทางอำนาจ” ระหว่างผู้ประกอบการด้านการสื่อสาร และสำนักข่าว กับบริษัทด้านเทคโนโลยีที่รวมถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์ ในการเจรจาและบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการซื้อขายข่าวและเนื้อหาอื่น ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสื่อภายในออสเตรเลีย
 
ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรในกรุงแคนเบอร์ราเห็นชอบกฎหมาย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนส่งต่อมายังวุฒิสภา อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนั้น “เกิดเรื่องไม่คาดฝัน” เมื่อเฟซบุ๊กระงับผู้ใช้งานในออสเตรเลีย จากการเข้าถึง และแบ่งปันเนื้อหาข่าวของสำนักข่าวทุกแห่งทั่วโลก ในเวลาเดียวกับที่ผู้ใช้งานในต่างประเทศจะไม่สามารถเข้าถึง และแบ่งปันเนื้อหาของสำนักข่าวจากออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเฟซบุ๊กให้เหตุผลว่า “กฎหมายที่คลุมเครือ” ทำให้บริษัท “ไม่มีทางเลือก”
 
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลแคนเบอร์ราของนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน และนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของเฟซบุ๊ก สามารถ “เห็นชอบร่วมกันในหลักการ”  เมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยเฟซบุ๊กจะยุติมาตรการการเข้าถึงเนื้อหาข่าวของสำนักข่าวออสเตรเลีย “ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” ขณะที่ออสเตรเลียจะแก้ไขบางมาตราของกฎหมายนี้ ซึ่งต่อมามีการให้ข้อมูลเบื้องต้น ว่ารวมถึงการที่รัฐบาลสามารถ “ใช้ดุลพินิจ” ยกเว้นเฟซบุ๊กและกูเกิลออกจากกระบวนการของอนุญาโตตุลาการ หากบริษัทพิสูจน์ได้ว่า “มีคุณูปการอย่างมีนัยสำคัญ” ต่ออุตสาหกรรมสื่อของออสเตรเลีย
 
ขณะที่เฟซบุ๊กยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการต่อการที่รัฐสภาของออสเตรเลียผ่านกฎหมายนี้ เป็นประเทศแรกของโลก แต่มีรายงานว่า เฟซบุ๊กลงนามซื้อขายข่าวกับบริษัทสื่อบางแห่งในออสเตรเลียแล้ว ด้านอัลฟาเบ็ต ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล และเคยขู่ว่าจะระงับการให้บริการในออสเตรเลียเช่นกัน บรรลุข้อตกลงเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์จากเนื้อหาข่าว กับนิวส์ คอร์ปอเรชั่น อาณาจักรสื่อสารมวลชนของตระกูลเมอร์ด็อก ซึ่งเป็นเจ้าของสื่อใหญ่หลายแห่ง รวมถึงฟ็อกซ์ นิวส์ และเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล